Category: Uncategorized

Samsung ปล่อยอัปเดต Android 10 พร้อม One UI 2.0 ให้กับ Galaxy A30s

ข่าวดีสำหรับผู้ที่ถือ Samsung Galaxy A30s โทรศัพท์มือถือระดับกลาง แถมสเปกดีและก็คุ้มค่า
เพราะตอนนี้โทรศัพท์มือถือรุ่นดังกล่าวได้รับการอัปเดตเป็น A30s Android 10 พร้อมด้วย One UI เวอร์ชั่นใหม่แล้ว

โดย Firmware ดังที่กล่าวถึงมาแล้วมีรหัสว่า A307FNXXU2BTD1 ซึ่งข้อดีนอกเหนือจากการอัปเดตระบบปฏิบัติการใหม่และ UI
แบบใหม่ที่ราวกับโทรศัพท์มือถือเรือธงแล้ว

ยังมาพร้อมกับ Patch ความปลอดภัยประจำเดือน มีนาคม 2020 อีกด้วย แต่เนื่องจากขนาดใหญ่มากถึง 1.5GB
จะต้องเสนอแนะว่าควรใช้ WiFi ในการ Download จะดีกว่า

Samsung Galaxy S21 มากับกล้องหน้าซ่อนได้พร้อมเซนเซอร์ที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

ในช่วงก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวลือเผยว่า Samsung Galaxy S21 ตัวนี้จะมาพร้อมกับกล้องหน้าที่ซ่อนในหน้าจอสุดล้ำโดยมือถือรุ่นนี้จะไม่ได้มีเพียงแค่เทคโนโลยีสุดล้ำนี้เท่านั้น แต่ว่าจะมาพร้อมกับเซนเซอร์ของกล้องหน้าที่ใหญ่ขึ้น

เดิมที Samsung Galaxy S10 จะมีขนาด 1 / 2.55 และ S20 จะมาพร้อมกับเซนเซอร์กล้องหน้าแบบ 1 / 3.2 และ Galaxy S20 Ultra กล้องหน้ามีเซนเซอร์ขนาด 1 / 2.65 เท่านั้น แต่รุ่นใหม่นี้จะมีขนาดเซนเซอร์ 1 / 2 เท่านั้น

จุดเด่นหากขนาดเซนเซอร์ใหญ่จะทำให้รับแสงได้ดี และคราวนี้ติดตั้ง OIS ให้กับกล้องหน้าแล้วด้วย ทำให้ที่เขาบอกว่า Samsung Galaxy S Series มักจะได้กล้องใหม่เสมอคงไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ว่าเทคโนโลยีกล้องใหม่ล้ำมักจะไปตกกับ Samsung Galaxy A Series

แต่อย่างไร ก็ตามเราก็ต้องจับตารอดูกันต่อไปว่ามือถือรุ่นนี้จะได้กล้องหน้าที่ล้ำแบบนี้จริงๆหรือไม่…

ข่าวลือพร้อมเปิดตัว Nokia 9.3 และ Nokia 7.3 ในปลายปีนี้

เนื่องจากมีกระแส ข่าวลือล่าสุดที่ได้อ้างว่า HMD Global บริษัทที่ได้สิทธิ์ในการออกแบบ ผลิต และจำหน่าย สมาร์ตโฟนแบรนด์ Nokia จะจัดงานอีเวนต์เปิดตัว Nokia 9.3
ในช่วงกลางหรือปลายไตรมาสที่ 3 ของปี 2020 นี้  ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาในเดือนสิงหาคม หรือกันยายน 2020

และจะเป็นการแข่งขันในตลาดสมาร์ตโฟนเรือธงกับแบรนด์อื่น ๆ
อย่าง Samsung Galaxy Note 20, Huawei Mate 40 และ Google Pixel 5 ที่จะเปิดตัวในช่วงระยะเวลาไล่เลี่ยกัน

Nokia 9.3 จะเป็นสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นล่าสุดที่ได้รับการพัฒนาจาก Nokia 9 PureView เมื่อปี 2019 ที่ผ่านมา

และนอกเหนือจากนี้ HMD Global ยังจะเปิดตัว Nokia 7.3 ในงานอีเวนต์เดียวกันอีกด้วย โดยจะเป็นรุ่นพัฒนาจาก Nokia 7.3 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2019 ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวได้กล่าวว่า Nokia 9.3 และ Nokia 7.3 ได้อยู่ในขั้นตอนการทดสอบรุ่นต้นแบบ โดยมี Nokia 7.3 รุ้นต้นแบบจำนวน 2 รุ่น ซึ่งรองรับ 5G และ 4G

ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ จึงมีความเป็นไปได้ว่าผู้บริหารของ HMD Global เลื่อนกำหนดการเปิดตัวออกไปเนื่องจากวิกฤติ COVID-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้

Durability test! iQOO 3 5G ถูกใช้เป็นผ้าเบรคให้รถ BMW 530Li

iQOO แบรนด์สมาร์ทโฟนเกมมิ่งราคาสุดแสนประหยัดในเครือ vivo ได้เปิดตัว iQOO3 5G แล้ว เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมากับสเปกจัดเต็มไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต
Snapdragon 865, RAM 12 GB, กล้องหลัง 4 ตัว 48 ล้านพิกเซล และอื่นๆ ล่าสุดทาง iQOO ยังได้พยายามโชว์ความทนทานของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ด้วย ในการทดสอบสุด
โหดที่ไม่ใครทำและไม่มีใครเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

iQOO3

 

ในการทดสอบนี้ iQOO 3 5G จำนวน 2 เครื่องถูกนำไปใช้เป็น “ผ้าเบรก” บนล้อข้างหนึ่งของรถ BMW 530Li ซึ่งกระบวนการทดสอบก็ไม่มีอะไรมาก
เพียงแค่ให้รถยนต์วิ่งทำความเร็วไปบนสนามแข่งและเบรกเต็มแรง ซึ่ง iQOO3 5G จะเสียดสีกับจานดิสก์เบรกด้วยแรงและความร้อนมหาศาลเพื่อหยุดรถยนต์ที่มีน้ำหนักราวๆ 2 ตัน

หลังจากการทดสอบสุดโหด iQOO 3 5G ทั้ง 2 เครื่องถูกถอดออกมาเช็คสภาพ ซึ่งแน่นอนว่ายับเยินพอสมควร แต่ที่สำคัญคือมันยังคงรับสายที่โทรเข้ามาได้ตามปกติ
ถือว่าสอบผ่านการทดสอบสุดฮาร์ดคอร์ครั้งนี้ไปได้อย่างสวยงาม

iQOO 3 5G เป็นสมาร์ทโฟนเรือธงราคาประหยัดที่มีสเปกแรงเหมาะแก่ก่ารเล่นเกม โดยมีหน้าจอ Super AMOLED E3 Polar View Display ขนาด 6.44 นิ้ว
ความละเอียดระดับ Full HD+ ที่รองรับมาตรฐาน HDR 10+, ชิปเซ็ตประมวล Snapdragon 865, RAM LPDDR5 สูงสุด 12 GB, ROM UFS 3.1 สูงสุด 256 GB,
แบตเตอรี่ 4,440 mAh รองรับเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 55W SuperDart Charge และกล้องหลัง 4 ตัว ความละเอียดสูงสุด 48 ล้านพิกเซล มีให้เลือก 3 สี ได้แก่
Volcano Orange, Quantum Silver และ Tornado Black เริ่มวางจำหน่ายในประเทศอินเดียตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม ในราคาเริ่มต้น 36,990 รูปี หรือประมาณ 16,300 บาท
ส่วนในบ้านเรายังไม่มีวี่แววการวางจำหน่ายแต่อย่างใด

17 เม.ย. นี้ OnePlus 8 Series จะเริ่มขายในประเทศจีนเป็นวันแรก

อย่างที่รู้ๆกันดีว่า OnePlus 8 Series ถึงเวลาแล้วที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 เมษายน 2020 ที่ผ่านมาหลายๆคนก็ลุ้นกันว่า มือถือรุ่นนี้จะเปิดจำหน่ายเมื่อไหร่
ล่าสุดเว็บไซต์ JD.com ในประเทศจีนได้เปิดเผยภาพออกมาว่า มือถือรุ่นดังกล่าวจะเปิดจำหน่ายในเมืองจีน 17 เมษายน

 

OnePlus

 

แต่ในส่วนของรายละเอียดเบื้องต้นของ OnePlus 8 นี้ จะมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.55 นิ้วรองรับค่า Refresh Rate 90Hz, และหน้าจอของ OnePlus 8 Pro
จะมีขนาด 6.78 นิ้ว รองรับค่า Refresh Rate 120Hz นอกจากนี้ RAM จะมีให้เลือกทั้ง 8 / 12GB, ความจำภายในอยู่ที่ 128 – 256GB

กล้องของรุ่นโปรจะประกอบด้วย กล้องตัวหลัก 48 ล้านพิกเซล จะรวมระหว่างเลนส์ปกติ และ Ultra Wide, 8 ล้านพิกเซล จะเป็นเลนส์ซูม, 5 ล้านพิกเซล เลนส์ลลายหลัง
ส่วนรุ่นปกติ จะรองรับความละเอียด 48 ล้านพิกเซล, 16 ล้านพิกเซล เลนส์มุมกว้าง, 5 ล้านพิกเซล Macro

ส่วนแบตเตอรี่จะมีขนาด 4300 / 4500 mAh แต่ว่ารุ่นที่รองรับ Wireless Charge กำลัง 30W และสามารถกันน้ำ IP68 เฉพาะรุ่นโปร อีกไม่นานแล้ว
นับถอยหลังการเปิดตัวมือถือรุ่นนี้ต้องลุ้นกันต่อไป

realme X3 SuperZoom เปิดตัวด้วยสเปกตัวแรง ลุ้นเข้าไทยเร็วๆนี้

หลังจากที่ได้ทำการเปิดเผย realme X Series ให้ได้เห็นกันเมื่อช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น realme X2 Pro หรือ realme X50 และล่าสุดก็ได้มีรายงานออกมาว่าในเร็วๆ
นี้จะมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ภายใต้ชื่อ realme X3 SuperZoom ด้วย หลังมีเบาะแสสำคัญถูกเปิดเผยออกมาแล้ว

หลักฐานที่ว่านี้คือการที่สมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวได้ผ่านการรับรองจาก กสทช. ในประเทศไทย โดยมาพร้อมกับเลขรหัสโมเดล RMX20 หรือชื่อทำการตลาดว่า realme X3 SuperZoom
ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าสมาร์ทโฟนรุ่นดังกล่าวมีแผนที่จะเปิดตัว และวางจำหน่ายในเร็ๆ นี้นั่นเอง

นอกเหนือจากการปรากฏตัวบน กสทช. บ้านเราแล้ว realme X3 SuperZoom ยังได้ไปปรากฏตัวบนฐานข้อมูล Geekbench 5 พร้อมกับเผยให้เห็นถึงสเปกภายนบางส่วน
โดยตามรายงานระบุว่า realme X3 SuperZoom จะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Snapdragon 855+ ตัวแรงเนื่องจากใช้ชื่อรหัสชิปเซ็ต msmnile พร้อม RAM ขนาดจุใจถึง 12GB
และรันด้วยระบบปฏิบัติการ Android 10 ตั้งแต่แกะกล่อง

หากพิจารณาจากชื่อรุ่นแล้ว คิดว่า realme X3 SuperZoom อาจมาพร้อมกับความสามารถด้านกล้องถ่ายภาพซะส่วนใหญ่ที่จะเป็นหลัก ซึ่งสื่อต่างประเทศคาดว่า
realme X3 SuperZoom จะมาพร้อมกับกล้องหลัง 108 ล้านพิกเซล พร้อมจำนวนกล้องถ่ายภาพมากถึง 4 ตัว แต่อย่างไรก็ดี ข้อมูลด้านต้นยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ
ต้องติดตามกันต่อไป

Appel เปิดข้อมูลล่าสุดของ iPhone 12 อาจจะมีทั้งหมด 4 รุ่น

เปิดเผยข้อมูลล่าสุด Appel iPhone 12 Series ที่มีออกมาทั้งหมด 4 รุ่น 4 ขนาดหน้าจอ ติ่งหน้าจอเล็กลง ใช้ชิป A14 รองรับ 5G ส่วน iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max จะมี LiDAR Scanner เพิ่มมาอีกด้วย

 

Appel iPhone

 

ยิ่งใกล้เข้ามาแล้ว วันเปิดตัว Appel iPhone 12 Series ที่จริงแล้วก็ยังอีกหลายเดือน สำหรับ iPhone 12ยิ่งมีข้อมูลหลุดออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อล่าสุดก็ข้อมูลใหม่ถูกเปิดเผยออกมาแล้วว่า iPhone 12 Series จะมีแบ่งออกเป็น 4 รุ่นเลยทีเดียว โดย iPhone 12 จะมีให้เลือก 2 ขนาดจอ ตามด้วย iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ที่เป็นรุ่นพี่ใหญ่ โดยมีรายละเอียดแต่ละรุ่นดังนี้

iPhone 12 หน้าจอ 5.4 นิ้ว

– เลขโมเดล D52G
– บอดี้อะลูมิเนียม
– ติ่งบนหน้าจอขนาดเล็กลง
– ชิป A14 รองรับ 5G
– กล้องหลัง 2 เลนส์

iPhone 12 หน้าจอ 6.1 นิ้ว

– เลขโมเดล D53G
– บอดี้อะลูมิเนียม
– ติ่งบนหน้าจอขนาดเล็กลง
– ชิป A14 รองรับ 5G
– กล้องหลัง 2 เลนส์

iPhone 12 Pro หน้าจอ 6.1 นิ้ว

– เลขโมเดล D53P
– บอดี้สแตนเลส
– ติ่งบนหน้าจอขนาดเล็กลง
– ชิป A14 รองรับ 5G
– กล้องหลัง 3 เลนส์ + LiDAR

iPhone 12 Pro Max หน้าจอ 6.7 นิ้ว

– เลขโมเดล D54P
– บอดี้สแตนเลส
– ติ่งบนหน้าจอขนาดเล็กลง
– ชิป A14 รองรับ 5G
– กล้องหลัง 3 เลนส์ + LiDAR

สำหรับรุ่น iPhone 12 Pro และ iPhone 12 Pro Max ที่มีข้อมูลออกมาว่ากล้องหลังจะมาพร้อม LiDAR Scanner ด้วยนั้น จะเป็นเซ็นเซอร์สุดล้ำเหมือนกับที่มีใน iPad Pro 2020 สำหรับใช้ตรวจจับระยะวัตถุในแนวลึก รวมถึงการรองรับแอปฯ รูปภาพและวิดีโอระดับโปรอีกมากมาย และทำงานร่วมกับเทคโนโลยี AR ได้อย่างดีเยี่ยม และน่าจะช่วยให้สามารถถ่ายภาพแบบ Portrait ได้ดีขึ้นอีกด้วย

ส่วนกำหนดการเปิดตัว iPhone 12 Series นั้นจากข้อมูลล่าสุดก็น่าจะยังคงได้เปิดตัวตามกำหนดเดิมคือช่วงเดือนกันยายน 2563 โดยไม่ต้องถูกเลื่อนจากการระบาดของ COVID-19 

Nokia 5310 ย้อนตำนานรุ่น Xpress Music

Nokia ยังคงคอนเซ็ป เรายังพบกับ ฟีเจอร์โฟน Feature phone หรือมือถือปุ่มกด ที่เน้นในเรื่องของการใช้งาน สเปคจึงไม่ได้สูงอะไรมากนัก
อีกทั้งหน้าจอมีขนาดไม่ใหญ่ เพราะไม่ได้เน้นใช้งานเหมือนสมาร์ทโฟน อย่างรุ่นล่าสุดที่ทางโนเกียได้ทำการเปิดตัว Nokia 5310 มือถือหน้าตาธรรมดา
แต่มาสานต่อตำนาน Nokia 5310 Xpress Music

Nokia

 

มาพร้อมกับจุดเด่น คือหน้าจอของเครื่องในแบบ QVGA ขนาด 2.4 นิ้ว ใหญ่กว่าต้นฉบับ พร้อมปุ่มสำหรับกดเพื่อเล่นเพลงอยู่ด้านข้าง
และสามารถเปลี่ยนเพลงได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ความละเอียดหน้าจอเท่าเดิมคือ 240×320 พิกเซล

มีความจำภายในตัว 16GB และสามารถเพิ่มความจำได้ 32GB มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร รองรับ Bluetooth และซิมการ์ดแบบคู่
แต่ใครหวังจะรองรับ 4G ข่าวร้าย รุ่นนี้รองรับแค่ 2G เท่านั้น พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 1200 mAh รองรับการ Standby ได้นานสุด 22 วัน ถ้าเป็นรุ่น Dual SIM จะอยู่ได้นาน 1 เดือน

ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 39 ยูโร หรือประมาณ 1,3xx บาท

ประกาศเลิกขายถาวร Pixel 3 และ 3 XL

ในช่วงปี 2018 Google ได้สร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมา คือ การเปิดตัว สุดยอดสมาร์ทโฟน กับสเปค กล้อง ที่อยู่ในระดับดีมากตัวหนึ่งขึ้นมา

Google Pixel 3 และ 3 XL ที่มาพร้อมกับลูกเล่นและจุดเด่นมากมาย ซึ่งในเวลานั้น ผู้ใช้งานหลายคน ที่ได้ครอบครอง
ทุกเสียงการตอบรับ ให้ความเชื่อถือ และ ยอมรับ ด้วยสเปคที่แรง และราคาไม่แพงเกินที่จะจับจองคุ้มค้ากับราคา

แต่ล่าสุด รายชื่อสินค้า Pixel 3 และ 3 XL ได้ถูกถอนออกจาก Google Store อย่างถาวร

อีกทั้งรุ่นน้องที่ออกมาใหม่แต่ละรุ่น เช่น Pixel 3a, Pixel 3a XL, Pixel 4 และ Pixel 4 XL มีสเปคที่ดีกว่า และพร้อมรองรับ
ระบบปฎิบัติการที่ปล่อยมาให้อัพเดทตลอดเวลา ต่างกับ 2 รุ่น ที่ถูกยกเลิกการขาย ฮาร์ดแวร์ค่อนข้างเก่าเกินไปแล้ว

HUAWEI nova 7 Series รอเปิดตัว 23 เมษานี้

หลังจากที่มีกระแสข่าวออกมาว่าทาง Huawei ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตา พัฒนาสมาร์ทโฟน nova Series ซึ่งมาพร้อมกับจุดเด่น
ในทางด้านคุณสมบัติภายในที่มีความแรงไม่น้อยหน้ารุ่นพี่เรือธง พร้อมกล้องถ่ายภาพที่มีความคมชัด แต่มีราคาวางจำหน่ายที่เข้าถึงได้ง่ายกว่า

พัฒนาสมาร์ทโฟน

ซึ่งล่าสุดนี้ก็มีรายงานว่า nova 7 Series รุ่นใหม่ล่าสุดอาจเตรียมพร้อมเผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในวันที่ 23 เมษายนนี้
ข้อมูลดังกล่าว ได้ถูกเปิดเผยออกมาจากสื่อจากประเทศจีนโดยตรง ซึ่งระบุว่า nova 7, nova 7 SE และ nova 7 Pro จะมีการเปิดตัวให้เห็นภายในวันที่ 23 เมษายนนี้
และจะมีการวางจำหน่ายภายในวันที่ 28 เมษายน โดยทั้งสามรุ่นจะมาพร้อมกับชิปเซ็ต Kirin

โดยในเบื้องต้นคาดว่า nova 7 จะมาพร้อมกับชิป Kirin 985 ขณะที่ nova 7 SE มาพร้อมกับชิป Kirin 820 ขณะที่รุ่นท็อปสุดอย่าง nova 7 Pro
มาพร้อมกับชิป Kirin 990 คล้ายกับที่ใช้บน Mate 30 Series นั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า ทั้งสามรุ่นจะรองรับการเชื่อมต่อบนเครือข่าย 5G โดยในรุ่นท็อปสุดอย่าง nova 7 Pro
จะเปิดราคาขายที่ราว 3,500 หยวน หรือประมาณ 16,300 บาท ทำให้รุ่นเล็กอย่าง nova 7 และ nova 7 SE จะมีราคาวางจำหน่ายที่ถูกกว่า แต่อย่างไรก็ดี
ข้อมูลด้านต้นยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ ต้องติดตามกันต่อไป